แต่วันนี้ผมไม่ได้จะมาคุยเรื่องการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ผมจะมาชวนคุยในมุมของ Developer อย่างเราๆ นี่แหละ
ภาพลวงตาของ Job Security คือ การหลงคิดว่าตัวเองเป็น เทพเจ้า
หลายคน (รวมถึงผมในอดีต) เคยภูมิใจที่เป็น The Only One
- เรารู้ Logic ซับซ้อนนี้คนเดียว
- Bug นี้มีแค่เราที่แก้ได้
- ใครจะ Deploy ต้องมาไหว้เราก่อน
ความรู้สึกนี้มันสร้าง Ego และสร้างความมั่นใจว่า บริษัทขาดฉันไม่ได้ เราคือเทพเจ้าของ Repo นี้ ใครจะไล่เราออกไม่ได้เด็ดขาด!
ความจริงแล้ว คุณคือ นักโทษ
แต่ในความเป็นจริง การที่คุณเป็นคนเดียวที่รู้ระบบ ไม่ได้แปลว่าคุณมีอำนาจ... แต่มันแปลว่าคุณติดอยู่ในกรงขังของ Ego ตัวเอง
- วันลาพักร้อนที่ไม่ได้พัก คุณแพลนจะหนีไปเที่ยว หรือบินไปเดินเล่นชิลๆ ที่ ต่างประเทศทันทีที่คุณก้าวเท้าออกจากบ้าน Notification แจ้งเตือน Server Down จะดังขึ้น
- เสียงโทรศัพท์คือฝันร้าย เพื่อนร่วมทีมโทรหาไม่ใช่เพื่อถามไถ่ แต่เพื่อถามว่า "พี่ครับ Function นี้แก้ยังไง ลูกค้าด่าเละแล้ว"
- Promotion Trap: คุณอาจจะไม่ได้เลื่อนตำแหน่งไปดูภาพรวม หรือไปทำโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่ท้าทายกว่า เพราะ "ถ้าเอ็งย้ายไป แล้วใครจะดูแลระบบเก่าล่ะ?"
สุดท้าย คุณจะกลายเป็น Legacy Keeper เป็นผู้เฝ้าสุสานโค้ดเก่าๆ ในขณะที่คนอื่นได้ไปเล่น Tech ใหม่ๆ กันหมด
Documentation & Knowledge Sharing
ถ้าอยากปลดแอกตัวเองจากคุกที่คุณสร้างขึ้นมาเอง ทางออกมีแค่ทางเดียวครับ คือการ Clone ตัวเอง ผ่านสิ่งที่เรามักจะขี้เกียจทำที่สุด:
- เลิกเขียน Doc แบบขอไปที เขียนให้คนอื่นอ่านแล้วเข้าใจ Logic ไม่ใช่แค่แปะ Code snippet
- กระจายความรู้ให้ Junior หรือเพื่อนร่วมทีมซึมซับ
- อะไรที่ต้องใช้มือคุณ ให้เปลี่ยนเป็น Script ซะ
ยิ่งคนอื่นทำแทนเราได้ เรายิ่งมีค่า
อย่ากลัวว่าถ้าคนอื่นรู้เท่าเรา แล้วเราจะตกงาน ในทางกลับกัน... ยิ่งทีมทำงานแทนเราได้มากเท่าไหร่ เรายิ่งมีเวลาว่างมากขึ้นเท่านั้น
เวลาว่างที่จะเอาไปคิด Innovation ใหม่ๆ เวลาว่างที่จะไปศึกษา Tech Stack ตัวถัดไป หรือเวลาว่างที่จะไปเที่ยวระนองและเซี่ยงไฮ้ โดยไม่ต้องพก Laptop ไปเปิดแก้บั๊กหน้าล็อบบี้โรงแรม
ถามตัวเองดูครับ วันนี้คุณกำลังสร้างบัลลังก์ หรือกำลังสร้างกรงขังให้ตัวเองอยู่?
#BusFactor #SandwichedDeveloper #SoftwareEngineering #CareerGrowth #DeveloperLife #Innovation












