ราคาของความรอคอย
The Warehouse Group เชนค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในนิวซีแลนด์ ค้นพบความจริงที่น่าตกใจ หลังจากที่พวกเขาเปลี่ยนระบบจาก Legacy Infrastructure มาใช้ Docker Business เต็มรูปแบบ พวกเขาสามารถประหยัดเวลาของ Developer ไปได้ถึง 52,000 ชั่วโมงต่อปี
คุณอ่านไม่ผิดครับ... 52,000 ชั่วโมง
Matt Law, Chapter Lead ของที่นั่นเล่าว่า ก่อนหน้านี้ Developer ต้องเสียเวลาไปกับการ "รอ" ให้ฝ่าย Ops สร้าง Virtual Machine (VM) ให้ ซึ่งกระบวนการนั้นช้าและเต็มไปด้วยขั้นตอน Manual
ลองจินตนาการดูว่า ถ้าคุณกู้คืนเวลาเหล่านี้กลับมาได้ ทีมของคุณจะสร้างฟีเจอร์ใหม่ได้กี่ตัว? จะแก้ Tech Debt ได้กี่จุด? หรืออย่างน้อยที่สุด... Developer ของคุณจะได้กลับบ้านไปใช้ชีวิตของตัวเองได้มากขึ้นแค่ไหน?
กำแพงที่มองไม่เห็น
ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ Dev เขียนโค้ดช้า แต่คือ Infrastructure ที่ไม่เอื้อให้เกิดอิสระในการจัดการตนเอง
ในโมเดลเก่า Dev เหมือนถูกขังอยู่ในกรงที่ต้องรอคนมาไขกุญแจให้ทุกครั้งที่จะทำอะไรใหม่ๆ แต่ Docker เข้ามาเปลี่ยน Paradigm นี้ด้วยการให้ Dev สามารถทดลอง (Experiment) และสร้าง Environment ที่ต้องการได้เองภายใต้มาตรฐานที่กำหนดไว้
นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่าทางออกของ "The Sandwiched Developer":
- Business ได้ความเร็ว (Velocity)
- Ops ได้ความปลอดภัย (Security & Control) ผ่าน Centralized Management
- Dev ได้ความสุข (Happiness) เพราะไม่ต้องรบรากับ Config ที่พังซ้ำซาก
Speed vs Stability คู่กัดตลอดกาล?
เรามักถูกสอนว่า "ถ้าอยากเร็ว งานจะหยาบ ถ้าอยากเนี๊ยบ งานจะช้า" แต่กรณีศึกษาของ Ataccama พิสูจน์ว่าในโลก Modern Infrastructure กฎนี้ใช้ไม่ได้เสมอไป
หลังจากย้ายมาใช้ Container-based architecture พวกเขาสามารถ:
- ลด Lead time ในการ Deploy ลงได้ถึง 75%
- ลด Server Footprint ลงได้ 40%
เมื่อ Environment ของ Dev, Test และ Production เหมือนกันเป๊ะๆ (Consistency) สิ่งที่หายไปคือ "ความกลัว" ครับ กลัวว่า Deploy แล้วจะพัง กลัวว่า Config จะไม่ตรง... เมื่อความกลัวหายไป ความเร็ว (Innovation) ก็จะเข้ามาแทนที่
บทสรุปสำหรับคนทำงาน
ในฐานะผู้นำทีมหรือ Developer ที่อยู่หน้างาน หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การเขียนโค้ดให้เสร็จ แต่คือการตั้งคำถามกับองค์กรว่า
"เรากำลังจ่ายเงินเดือนแพงๆ ให้ Engineer มานั่งแก้ Config หรือให้มาสร้างนวัตกรรม?"
การลงทุนในเครื่องมืออย่าง Docker Business ไม่ใช่แค่เรื่องของ IT Infrastructure แต่เป็นเรื่องของ Human Infrastructure เพราะเมื่อ Developer มีความสุข (ไม่ต้องเสียเวลากับงานที่ไม่สร้าง Value) ROI ของธุรกิจก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
คำถามทิ้งท้าย: สัปดาห์นี้ ทีมของคุณเสียเวลาไปกับคำว่า "Works on my machine" ไปกี่ชั่วโมงครับ?





